Long Rod to Malaysia on5 - 9 May 2009 Part 1

Long Road to Malaysia on 5 - 9 May 2009


หลังจากที่ไปสู้รบปรบมือกับพี่ที่ทำงานว่า หนูขอลาพักร้อนสองวัน แต่ไปเที่ยว ห้าวันสี่คืนนะค่ะ จนกระทั่งทำเป็นไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่สนใจ ลาอย่างเรียบร้อย โดยทิ้งงานกองโตให้พี่เค้าช่วยดูแล นิสับแย่เนอะว่าไหม

การไปเที่ยวมาเลเซียครั้งนี้คือการไปเที่ยวเมืองนอกด้วยเงินตัวเองครั้งแรกในชีวิต แต่ก่อนคือไปกะพ่อ กะ แม่ตลอดเลย ประจวบเหมาะว่าเคยได้ที่พักที่ เก็นติ้งฟรีสองคืน มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวแบบราคาประหยัดไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

วางแผนจองห้องพักที่เก็นติ้ง ตั๋วเครื่องบิน ที่พักในเคแอล

วางแผนก่อนไปแค่อาทิดกว่าท่าจะได้ ที่ท่องเที่ยวก็ไม่รู้จักเลยสักนิด เอาฟ่ะ มั่วๆเอา

ก่อนหน้านี้เคยชวนพี่สาวว่าไปกันเถอะ พี่มันก็บอกว่าก็ไปจัดมาดิ เอิ้กๆๆๆๆๆๆๆ

รอบนี้ก็เช็คตัวเครื่องบินแบบธรรมดา กะ โลวคอส โอวต่างกันครึ่งๆเลยล่ะ เลยทำการจองผ่านเน็ตแต่นะ เหมือนที่เคยอ่านจากเน็ตก่อนหน้านั้นว่า โลวคอสเจ้านี้มักจะมีปัญหาเวลาจองทางเน็ต ก็ลยโทรไปเช็คทั้งทางบัตรเครดิท กะ ทางสายการบิน แต่ตอนนั้นจองซะเกือบเที่ยงคืน บัตรโทรได้ แต่สายการบินไม่ได้

ลุ้นการจองบัตรวันรุงขึ้นแทนน่าจะดีกว่า สุดท้ายก็ได้ตั๋วเครื่องบินมา

จากนั้นก็ไปจองที่พักในเคแอล แต่ทว่าที่ๆอยากได้มันเต็ม เลยต้องย้ายที่ไปพักที่อื่น ที่บิงแทงแทน ห้องน้ำแยกกัน แต่ก็โอเคน้า

ก่อนหน้าวันเดินทาง สี่ทุ่มแล้วยังทำงานอยู่เลย ง่ายๆคือ พยายามเคลียร์งานให้พี่เค้ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เฮ้ออออ วันนั้นพี่สาวเลยมารับแทน

ดีนะที่จัดกระเป๋าไปแล้วบางส่วนไม่งั้นตาย แถมดีที่ไม่ไปไฟลท์เช้าตรู่ อาจเดี้ยงได้ เพราะตื่นไม่ไหว

5 May 2009 Bangkok -- KLCC -- KL Sentral -- Genting

เวลาหกโมงกว่าของวันนี้ ตื่นเช้าเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปสนามบิน เครื่องบินออกตอนสิบโมงเช้าแปะ เลยคิดว่าควรรีบไปสนามบินสุวรรณภูมิเช้าๆหน่อย อาบน้ำ แต่งตัว ทานข้าว ยกกระเป๋า เรียกแท็กซี่ไปสนามบิน

แต่ทว่า แอบเซ็งแต่เช้า เรียแท็กซี่ ก็ได้แท็กซี่ที่ขับรถยังไงไม่รู้ จะไปแข่งรถหรอเพ่ แบบไม่ว่า ทำยังกะไปแข่งรถ แถมยังขับอ้อมอีก เฮ้อ ระหว่างทางก็แจ็คพ็อต รถติดมากก ห่างจากสุวรรณภูมิได้สักสิบกิโล แอบสงสัยทำไมติดจังเลย ผ่านไปสักพัก จึงรู้ว่า มีรถขนขวดน้ำโซดา เทกระจายเต็มถนน เศษแก้วเกลื่อนไปหมด วิ่งได้แค่ สองจากสี่เอง มิน่ารถถึงติด

พอถึงสนามบินก็รีบบบบ ไปเช็คอินแอรืเอเชียทันที แบบว่าเสียเวลาตรงรถติดมากไปหน่อย

หลังจากนั้นก็เข้าข้างในเลย เพราะจะไปดูของในดิวตี้ฟรี แบบว่าเช็คราคาช็อคโกแลตให้พี่สาว เหล้าให้พ่อ ส่วนตัวเองมองกระเป๋าแล้วก็พบว่า เฮ้อ ทำไมมันแพงขนาดนี้ฟ่ะ

หลังจากวนไปหนึ่งรอบในดิวตี้ฟรี ก็ลงไปรอที่เกท เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีเองอ่ะ นั่งไปสักพักก็เรียกขึ้นเครื่องแล้ว

พอขึ้นเครื่องก็พบเครื่องบินลำเล็ก แบบหกที่นั่ง เรากะพี่สาวเลือกที่นั่งติดทางเดิน แอบหวังว่าจะไม่มีใครมานั่งตรงหน้าต่าง แต่ก็ไม่เป็นผล แย่จังมีคนมานั่งด้วยแฮะ

นั่งไป เวลาชั่วโมงกว่า แต่สุดยอดมากกกกกกก แอบขำในใจ ตอนแอร์เดินเก็บขยะ พี่เธอเล่นเอาถุงดำเดินมาเก็บเลยฟ่ะ ลืมบอกไปขาไปนั่งแอร์เอเชียของมาเลย์ แบบโห ทำไปได้ไงเนี๊ย แต่สังเกตได้เลยว่าแอร์ของมาเลย์นั้น ปล่อยผม แต่งหน้ายังไงก้ได้ แต่พอขึ้นเครื่องไทยกลับ โหต่างกันจริงๆ

ตอนเครื่องกำลังลงเนี๊ย สุดยอดมากกกก แบบว่าพี่ค่ะ พี่จะลงระดับได้ทุเรศมากกกก แบบลดเร็วมากกก ขนาดเป็นคนไม่เมาเครื่อง ยังมึนๆเลยยย แต่พี่สาวนี้ดิ เดี้ยงไปแล้วววววววว แบบว่าพี่สาวเนี๊ย ไม่ได้เมาเครื่องมานานพอควร เจอเข้าไป ก็นะสุดๆเลย

ตอนเครื่องกำลังลดระดับลง เราก็มองไปนอกหน้าต่าง โหมีแต่ต้นไม้ฟ่ะ เยอะมากเลย มองดึๆมีแต่ต้นปาล์มเลยละ แล้วเครื่องก็แตะสนามบิน ตอนนี้พวกสายการบินโลวคอส จะไปลงอีกสนามบิน คนล่ะอันก็สนามบินใหย๋ของเค้าอ่ะ มีสองทางที่จะเค้ากัวลาลัมเปอรื หรือว่าคแอลสองทาง หนึ่งนั่งแท็กซี่ กะ นั่งรถบัสไป แน่นอน ทางเลือกที่สองย่อมดีกับเราเพราะราคาถูก คนละร้อย แต่ถ้านั่งแท็กซี่ไปหรอ นู้น แปดร้อยบาทได้นะ

ตอนเดินไปขึ้นรถบัส พลาดไปนิด ลืมไปว่าต้องไปแย่งที่นั่ง ขึ้นไปช้าเลยต้องนั่งแยกกะพี่สาว แล้วก็ นั่งข้างหลังๆ ทำเอ่พี่สาวเราอาการหนักกกว่าเก่าเลย

พอไปถึงเคแอลเซ็นทรัล หรือ ศูนย์กลางคมนาคมของเค้า แบบว่า โหเยี่ยมนะ แบบว่าเค้าสามารถรวมรถไปสายต่างๆ มาอยู่ด้วยกัน เป็นสถานีที่ใหญ่มากกกกก

ส่วนเราต้องรีบหาที่ซื้อตั๋วไปที่เก็ตติ่งอะดิ มีคนบอกว่าต้องขึ้นไปด้านบนถึงจะเจอ เราก็เลยให้พี่สาวนั่งรอพร้อมกระเป๋า เราก็วิ่งขึ้นไป เดินหาสักพัก มันอยู่ไหนฟ่ะจนต้องถามทาง ปัดโธ่เอ่ยยยย เล่นหลบมุม ใครมันจะไปเห็น เนื่องจากเราได้ขึ้นกระเช้าฟรี เลยเสียแต่ค่ารถไป คนล่ะ สามสิบกว่าบาทได้ แล้วก็วิ่งไปซื้อน้ำ ซื้อของกินที่เซ่เว่น แล้วลงไปหาพี่สาว ได้รอบ บ่ายสองครึ่ง เห็นจะได้ ก็นั่งกินน้ำไป ขนมปังไป แล้วคุยไปคุยมาบอกว่าของข้างบนมันแพง เลยรีบไปซื้อของกะ น้ำตุน กลับลงมาเฮ้ยยยย เกือบตกรถแนะ

พอขึ้นรถไป ก็หลับไป ตื่นไป เพราะทางขึ้นเก็ตติ้ง สุดยอดดดดดดดดดดด โค้งไป โค้งมา ที่นี้ดิ พี่สาวที่เมาเครื่องบินอยู่แล้ว มาเมาทางต่อ โหสุดๆๆๆๆๆๆ

กว่าจะขึ้นไปได แทบตาย พอถึงที่ขึ้นกระเช้า เรากหาทางปีน พร้อมลากกระเป๋าไปขึ้น พร้อมจดหมายเบ่งแบบว่า ข้าขึ้นฟรี พร้อมกระเป๋า

อยากบอกว่า ทางยาวมากกกกก เห็นเค้าว่าของเค้ายาวที่สุดในละแวกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว แต่ยาวจริงๆนะ

ระหว่างทางพี่สาวที่พะอืดพะอมไม่ไหวแลว ก้ได้ทำการปลดปล่อยมันออกมา ยังดีที่อากาศเย็น ทำให้ดีขึ้นมาหน่อย พอไปถึง ก็ต้องเดินหาโรงแรมอีก เฮ้ออออ มันอยู่ไหนฟ่ะ แบบว่ตอนขึ้นไป ทางขึ้นมันไปลงที่โรงแรมเก็ตติ่งไฮแลนด์ แต่เรานะพัก โรงแรมรีสอรท ด้วยความโง่ที่มีก็เดินอ้อมวะงั้น กว่าจะไปถึงล็อบบี้ กว่าจะเช็คอิ่น พอได้ขึ้นห้องเท่านั้นแหละ สลบเคอะ พากันสลบแย้วววววว

นอนพักกันถึงทุ่มกว่า ก็ชวนกันลงไปกินข้าว เอาไอ้ห้องอาหารข้างล่างตึกนี้แหละ ไปไกลไม่ไหวแล้ววววววว ไปถึงมันมีสองห้องติดกัน อันหนึ่งเป็นแบบตะวันตกพบตะวันออก อีกอันกำลังมีเทศกาลอาหารอินเดีย เราก็หาโต๊ะ ที่นี้ค่อนข้างแปลกคือ แกหาโต๊ะเอาเอง อยากนั่งไหนก็นั่ง เราก็ลยไปนั่งตรงกลางกันสองคน นั่งกินไปได้สักพัก ก็มีแขกอยู่ๆก็มานั่ง แบบมานั่งหลายคน ทั้งๆที่บอกว่ามีคนนั่งอยู่แล้ว แล้วทำท่าไม่สนใจ แถมยังแบบนะ ไม่เกรงใจเลยอ่ะ เลื่อนโต๊ะตอนเรากำลังนั่งกินอยู่ เอาส้อมที่พี่สาวเรากินไปใช้ ซึ่งแบบมันจะขี้เกียจเดินหาโต๊ะขนาดนั้นเลยหรอ ที่อื่นก็ว่างอ่ะ เราเลยบอกพี่ว่าย้ายไปนั่งข้างในเถอะ รับไม่ได้ และที่สำคัญคือ ตอนเดินตักอาหารอยู่ อยู่ๆก็มีมือมาหยอบอาหารจากไลน์เลยนะ เข้าใจว่าพวกแกใช้มือกิน แต่นี้มันไลน์อาหารส่วนรวมนะเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย น่ากลัวมากกกก รับไม่ได้

หลังจากที่หนีมาแล้ว กินเสร็จแล้ว ก็เริ่มดีขึ้น กินกันไปดูสวนวนุกในร่มกันหน่อยที่ เฟิรส์เวิรล์โฮเตล ก็เดินดูไม่มากกกก ก็พากันกลับไปพักผ่อนดีกว่า จะได้มีแรงในวันรุ่งขึ้น แค่นี้ก็แย่แล้ว

กลับขึ้นห้อง อาบน้ำ แอบดูทีวี แล้วก็นอนหลับ


สรุปค่าใช้จ่ายยยยย
Taxi 375 THB
Water 25 THB
Water + Bread 16.8 RM
Sky Bus 18 RM
Bus to Genting 6.6 RM

Total 400 THB and 41.4 RM

My Way

รู้สึกเหนื่อยจังช่วงนี้ เรียนจบมาได้สักสองปีกว่าแล้วนะเนี๊ยยยย

หลังจากเรียนจบ ได้ทำงานพิเศษสองอาทิด หางานทำ เลือกไปเลือกมาเกือบแปดเดือน แล้วก็ได้มาทำงานพาทไทม์อีกสองเดือนก่อนจะมาจบที่ทำอยู่ปัจจุบันนี้

ทำตรงนี้มาได้สักหนึ่งปีกว่าแล้ว

ตอนนี้มันเริ่มมีอาการเบื่อ แอบเซ็งเล็กๆมั๊ง

อาจจะเป็นเพราะอาจจะเป็นคนไม่ชอบงานออฟฟิศ เป็นคนที่ชอบอยู่แบบนิ่ง บางครั้งไม่อยากให้ใครมายุ่ง อยากทำงานเงียบๆ แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้

งานที่ได้รับเพิ่มหลังจากทำมาได้ครึ่งปี เป็นการส่งออก บางครั้ง แอบเหนื่อยใจกับงาน ไม่ว่าจะลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นงานที่กองเต็มโต๊ะ ถึงแม้กระทั่งระบบคอมที่มีปัญหาไม่หยุดไม่สิ้นหลังจากบริษัทแม่บังคับให้ใช้แบบเดียวกับเค้า

การที่ระบบคอมช้า เสีย มันทำให้งานไม่เดินมากมาย

เอกสารที่กองเต็มโต๊ะ เก็บไม่ทัน เก็บไม่ได้เพราะต้องรอเอกสารครบ

บางครั้งมันเหนื่อยมันเซ็ง

หรือว่าการทำงานในบริษัทเล็กๆนี้ก็แย่เหมือนกัน

ข้อดีคือ ไม่ต้องไปชิงดีชิงเด่นกับใคร งานใครก็งานมัน แต่แอบสงสัยแล้วถ้าเราลางานล่ะ จะมีใครมาทำแทน มาช่วยทำแทน เพราะมันไม่มีตัวตาย ตัวแทนเลยสักนิด

ถึงแม้ว่าการทำงานนอกเวลาจะได้เงินโอที

แต่บางครั้งมันก็คิดว่า นี้เรามาทำบ้าอะไรอยู่เนี๊ยยย

ทำไมไม่เอาเวลาไปนั่งเล่น ไปเจอเพื่อน ไปทำอะไรที่อยากทำ แมกระทั่งเอาเวลาไปเรียนภาษาเพิ่มเติมอย่างที่เคยตั้งใจไว้ ไม่ว่า จีน ญี่ปุ่น เพิ่มเติมนะ

หรือว่าเรายังไม่เก่งพอ ไม่ชำนาญพอ ไม่ไวพอ ประสบการณ์น้อยไปเลยยังทำได้ไม่ดีเท่าพี่เค้านะ

หรือว่าเราต้องพัฒนาให้มากกว่านี้

หวังว่าสักวันจะทำงานได้เร็วขึ้น ดีขึ้น ผิดพลาดน้อยลง แล้วได้ก้าวหน้า ได้ทำในสิ่งที่ตนอยากทำนะ

สู้ตาย ก็นี้คือหนทางที่เลือกนิ ถึงแม้จะไม่ได้ทำตามฝัน แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ชีวิตมีค่ามากขึ้น

ใครที่จบออกมา ยังไม่ได้งานทำก็สู้ๆนะ หนทางของเรามันยังมาไม่ถึง สักวันเดียวก็มาเองแหละ
Profile

winds.bluesky

Author:winds.bluesky
welcome to w-inds. blue sky

Calendar
04 | 2009/05 | 06
Su Mo Tu We Th Fr Sa
- - - - - 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 - - - - - -
Latest Entries
Latest Comments
Latest Trackbacks
Monthly Archive
Category
Blog Entry Links

show all entries

Search Form
RSS
Link
Powered By FC2 BLOG

Let's start blogging!!

Powered by FC2BLOG

Add Friend Form

Add this person to blog friend