แบบว่า วันนี้อุตส่าห์กลับบ้านเร็ว ขนาดเร็วก็ 6 โมง ยังพอเห็นแสงอาทิตย์ ร่ำไร
เดินมาถึง บีทีเอส แล้วก็พบว่า มันมีปัญหาอีกแล้ว
เฮ้อออ ตั้งแต่เช้ายันเย็น เจ๊งเป็นว่าเล่น
เบื่อค่ะ เลิกสักทีได้ไหม
วันนี้ ระทึกมากกกกกก
จากช่องนนทรี ไปถึงศาลาแดง แล้วจอดอยู่ตรงชานชาลา
แล้วทั้งขบวนไปดับ แม่เจ้า ดีนะไม่ดับตอนวิ่งๆอยู่
พอไฟมา ก้วิ่งช้าๆ กระตุกๆ แถมไม่เปิดแอร์
เจ๊ล่ะกลัว ขาดอากาศหายใจชะมัด
พแถงสยาม แทบหนีออกมาไม่ทัน น่ากลัวจริงๆเลยยยยยยย
Long Road to Malaysia 5-9 May 2009 Part2
6 May 2009
วันนี้ตื่นมาท่ามกลางความหนาวบนเก็ตติ้ง นี้ขนาดไม่ได้เปิดพัดลม ไม่ได้เปิดหน้าต่างนะ หนาวดีจริงๆ
ก็เหมือนเดิม ตื่นมาอาบน้ำ ระหว่างรอพี่สาวแต่งตัวก็โผล่หน้าไปมองหน้าต่าง โห หมอกลงแฮะวันนี้
พอเรียบร้อยก็ลงไปกินข้าวเช้าที่ห้องอาหารเดิม อย่างน้อยยังไม่เจอเหตุการณ์แบบเมื่อวานไป ค่อยังชั่วหน่อย
หลังจากกินเสร็จ แพลนที่เคยคุยกันว่าจะไปวัดที่มันสร้างอยู่บนนี้ ต้องนั่งรถบัสไป มีรอบละชั่วโมง ยกเว้นตอนเที่ยง ก็รีบบึ่งไปเพราะจะสิบโมงแล้ว ไปยืนรอที่หน้าโรงแรมไฮแลนด์รีสอรท์ ระหว่างยืนรอ ทัวรไทย ทัวร์จีนเต็มไปหมดเลยยยยย รอสักพักรถก็มาถึง
ระยะทางที่ไปไม่ไกลเล แต่ทว่าแต่โค้งๆไป โค้งมาให้มึนหัวเล่นๆเท่านั้นล่ะ
พอไปถึงก็ไหว้พระ ถ่ายรูปยิงกันหนุกหนาน เดินเล่นจนถึงเวลาที่รถอีกคันจมารับกับแล้วววววว
จากนั้นก็ไปเล่นเครื่องเล่นอะดิ อิ อิ อิ อิ อยากรู้ว่าเป็นไง เอาบัตรลดซื้อในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม ดีใจจริงๆ
พอเข้าไปก็นะ ต่อแว มีแต่ต่อแถวเคอะ เล่นนู้น เล่นนี้บ้าง แต่มันไม่ค่อยสนุกเท่าไรเลย ไม่มันส์ ไม่เสี่ยวเลยสักนิดเดียว
เล่นตั้งแต่ สิบเอ็ดโมงจนมันปิดตอนหนึ่งทุ่ม ช่วงเย็นๆเนีีย เล่นท่ามกลางสายหมอกเลยทีเดียว นึกว่าอยู่ในหนังเรื่อง เดอะมิช ที่ทั้เมอมีต่หมอกกกกก แต่บรรยากาศเล่นท่ามกลาหมอกเนียยย อีกแบบเลย
สุดท้ายตัดสินใจไปเล่นเครื่อที่มันเป็นเสาสูงๆ รอบๆจะมีก้าอี้ให้นั่ง แล้วดึงเราขึ้นไป แล้วทิ้งเราลงมา ตอนแรกก็คิดว่ามันต้องเสี่ยวแน่ๆเลย แต่ ไม่เป็นเช่นนั้นเลย ไม่สักนิดเดียวหรือว่าราตายด้านกะเครื่องเล่นแบบนี้แล้วล่ะเนี๊ยยยยยยยย
หลังจากนั้นก็ออกจากสวนสนุกไปกินข้าวอีกทีหนึ่ง เปลี่ยนห้องอาหารกินกัน ห้องนี้ท่าทางออกแนวจีนๆหน่อย เหมือนกินที่บ้านเลยยย หลังจากนั้นก็เดินถ่ายรูปไป แล้วก็กลับห้องเพราะจะเอาพวกมือถือ กล้อง ไว้ในห้องเนื่องจากว่าจะขอเดินเข้าคาสิโน หรือเรียกง่ายๆ บ่อนนั้นเองแหละ เดินเข้าไปก็เฉยๆนะ เพราะมันดูไม่ค่อยหรูเท่าไร คนเยอะจริงๆ มแต่อาแป๊ะ อาม่า ทั้งนั้นเลย คาดว่าจะเป็นคนมาเลย์เชื้อสายจีน กับคนสิงค์โปร์เป็นส่วนมากกกก กะคนไทย กำลังคิดกะพี่ว่า ถ้าจะเล่นบ่อนเนี๊ย อไปมาเก๊าน่าจะดีกว่า หรูกว่า สวยกว่า แถมไม่ต้องนั่งรถ นั่งกระเช้าให้มันมึนหัวเล่นแบบนี้
ตอนแรกกะจะเล่นสล็อตแมชชีน เพราะขี้เกียจไปเล่นอันอื่น ต้องมานั่แลกชิป ปรากฎว่าเครื่องไม่รับเงินที่เข้าใส่เข้าไป ก็เลยบอกพี่ว่า ไม่เล่นก็ได้ ก็แค่อยากรู้ว่าจะมีดวงกะเค้าไหม ก็เลยออกมาเดินกลับห้อง ไปนอนดีกว่า ราตรีสวัสดิ์
7 May 2009
วันนี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงแดด โหตรงข้ามกะเมื่อวานมากกกกก แดดแรงดีจริงๆ แอบเซ็งนะนั้นหมายความว่าวันนี้ลงไปเคแอลอากาศต้องร้อนแน่ๆเลยยยยยยย เหมือนเดิมวันนี้ก็ลงไปทานข้าวเช้า เดินถ่ายรูป รอเวาเช็คเอาส์ออกจากเก็นติ้ง ลงไปสู่เคแอล
พอมาถึงเคแอล อากาศร้อนมากกกกกกกกกก ได้ข่าวว่าบ้านแกต้นไม้ออกจะเยอะ ทำไมร้อนจังฟ่ะ
เดินขึ้นสถานี ไปขอผนที่รถไฟมา แล้วก็หาทางไปขึ้นโมโนเรลไป บิงแทง ไปหาที่พักที่จองไว้ ก่อนหน้านั้นลงไปถามที่ที่อยากพัก แต่เต็มอ่ะ แล้วเราก็เบี่ยงหน้าไป บิงแทง พอมาถึง ไหนฟ่ะ ที่พักกรู อยู่ไหน เดินหาเกือบครึ่งชั่วโมง สุดท้ายยอมแพ้ เพราะขนาดถามตำรวจไม่รู้จัก คนแถวนั้นไม่รู้ สรุปโทรถามก้ได้ฟ่ะ งอนมากกกกกก พอี่สาวโทรหา มันดันอยู่หลังป้อมตำรวจที่เราไถามมันนั้นเอง ฮ่วยยยยยยยยยยยยยยย
รีบเก็บของเข้าที่พัก พักผ่อนนิดๆ ก็เลยร่อนออกจากที่พัก ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสองกว่าแล้ว ไปเจอทัวรรสอินฟอร์เมชั่นเลยเดินเข้าไปถาม ขอแผนที่ท่องเที่ยว จาก้อมูลที่ได้มาก่อนมา ตกลงว่าจะไปเมือง ปุตราจายา ที่เห็นเข้าบอกว่าเป็นเมืองใหม่ พยายามเอาเคนไปอยู่ แต่มีคนไปแค่ไม่กี่แสนเองล่ะ
ย้อนกลัไปเคแอลเซนทรัล ขึ้นรถไฟไป จับไปนอกเมือง พอไปถึง มีทางเลือกสอทางคืนนน่งแท็กซี่ เสียแปดสิบริงกิตพาชมเมืองหนึ่งชั่วโมง กับรถเมล์ สุด้ทายด้วยความงก เลยเดินไปขึ้นรถเมล์ แต่แม่งงงง เห็นรถเมล์แล้ว งง งง งง และงง มันวนรถแบบแปลกๆอ่ะ สุดท้ายถามเค้าว่าลงตรงไหน ไม่รู้แฮะ นั่งไปเรื่อยๆ เค้าจะากรูไปฆ่าไหม แถมตอนแรกที่ไปมาเลย์ มีความคิดที่ว่า ในเมื่อมาเลย์เอาภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการก็ควรจพูดกันได้บ้าง แต่นี้ หาคนพูดอังกฤษด้วยไม่ได้อ่ะ กว่าจะหาเจอ แทบอยากบ้าตาย พอไปถึงที่ทำการรัฐบาลนะ แทบดีใจ รีบเดินไปหามุมถ่ายรูปกัน มีมัสยิดโดมสีชมพู ที่ทำงานรัฐบาลโดมสีเขียว ขากลับเนี๊ยยยย อยากร้องไห้ ขึ้นสายไหนกลับไปที่สถานนีฟ่ะ
ขึ้นมั่ว มันวนแล้ววนอีก กรูอยู่ตรงไหของเมือง กว่ามันจะวนกลับลุ้นระทึก ก็ตอนนั้นมันจะทุมแล้วนิค่ะ
สุดท้ายก็หลุดพ้นออกมาจากเมืองนั้นได้ คุยกะพี่ว่าเร้าจะไปไหนกันต่อ แต่ด้วยความเพลียจากการเดินทางทั้งวัน เลยตกลงว่าจะกลับไปหาข้าวกินแถวๆที่พักดีกว่าเนอะ
สุดท้ายเนื่องด้วยว่าจะกินข้าวแถวถนนไม่ได้ เลยไปหากินเอาแถวห้างแทน แล้วก็นั่งโซยกันหนุกหนาน
กลับที่พัก สลบดีกว่าเรา
8 May 2009
วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยที่สุด เดินมันทั้งวัน แถมขาก็เริ่มผอง แย่จังเลยยยยยยยย
วนนี้รีบตื่นแต่เช้า เพื่อไปขึ้นชมวิวที่ตึกฝดนรก ปิโตรนาส อันนี้ตั้งชื่อกะพี่สาวเอง
ไปเข้าแถวรับบัตรคิว เพราะมีคนเตือนว่าไปช้าจะได้รอบบ่าย
รีบอาบน้ำ กิข้าวเช้า นั่งโมโนเรลไปลงสถานนีที่เข้าบอก แต่ว่าพอจะลง ต้องลงประตูไหนฟ่ะ แย่แล้วววววววว ระหว่างนั้นเจอผู้โชคร้าย เย้ย คนใจดีที่เราถามทาง เค้าก็พาเราเดินไป เพราะเค้าบอกว่ามันเป็นทางที่เค้าจะไปทำงาน เราเยเดินไป คุยไปกับเค้า ถามเราว่าเามาจากไหน มาเที่ยวอะไรบ้าง มากนกี่คน พอบอกว่าแค่สองคน เค้าทำหน้าแบบ จริงอ่ะ ๆม่น่าเชื่อ เค้าบอกว่าถ้าเป็นเค้าไม่มีผู้ชายมาด้วยคนไม่ไป
เดินมาสักพัก เค้าก็บอกว่าให้เดิน ก็เจอตึกแฝดเอง ก็เลยกล่าวคำขอบคุณ
เอาล่ะมาถึงปิโตรนาสแล้ววววว รีบลงไปเอาบัตรคิวดีกว่า พอลงมา โหคนเยอะจังเลยอ่ะ
รีบไปเข้าแถวดีกว่าเรา เจอคนไทย เยอะเหมือนกันนะเนี๊ยยยยยย สุดท้ายได้คิวรอบ เก้าโมงครึ่ง ระหว่างรอก็เดินเล่นรงส่วนจัดแสดง
ถึงคิวเค้าพาไปชมหนังสามมิติก่อนพาขึ้นชมของจริง ได้เดินแค่สิบนาทีเอง แต่รู้สึกว่าไม่ถึงเลย โดนเรียกซะแล้ววววว
ลงมาก็เดินไปเล่นตรงสวน หามุมถ่ายรูปตึกนรกนี้ต่อ เอิ้กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จากนั้นก็เริ่มเที่ยวต่อ ไปมัสยิดที่มีต้มะพร้าว ไปตลาด ไปไชน่าทาวน์ เดินางไม่เยอะเหนื่อยมากกกกกก กว่าจะได้ถ่ายรูปตึกนรกตอนกลางคืนกว่าพระอาทิดจะตก ทุ่มกว่าแนะ อยู่ตรงนั้นเกือยสองทุ่ม ตกลงว่ากลับไปกินข้าวที่เดิม กะว่าจะไปกินขนมด้วย ขนมญี่ปุ่นที่เห็นตั้งแต่วันแรที่ลงมาเคแอล อร่อยดี สุดท้ายกลับที่พักดีกว่า เหนื่อยยยยย
9 May 2009
วันนี้ตื่นสายหน่อย จะเดินเล่นแถวที่พักนี้แหละ ก่อนจะไปสนามบิน เดินหายาที่พ่ออยากได้ กว่าจะหาเจอ มันดันไม่ีขา มีแต่ที่สิงค์โปร์ เคืองเว้ยยยยยยยยยยยย รอบนี้รอเครื่องบินมาเกือบตาย เพราะมันดีเลย์ เห็นบอกว่าต้องลงจอดที่สุราษเพราะฝนตกหนักเลย ยอมได้ๆๆๆๆ กว่าจะกลับถึงบ้านก้เที่ยงคืน เฮ้ออออ เหนื่อยจัง
Long Road to Malaysia on 5 - 9 May 2009
หลังจากที่ไปสู้รบปรบมือกับพี่ที่ทำงานว่า หนูขอลาพักร้อนสองวัน แต่ไปเที่ยว ห้าวันสี่คืนนะค่ะ จนกระทั่งทำเป็นไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่สนใจ ลาอย่างเรียบร้อย โดยทิ้งงานกองโตให้พี่เค้าช่วยดูแล นิสับแย่เนอะว่าไหม
การไปเที่ยวมาเลเซียครั้งนี้คือการไปเที่ยวเมืองนอกด้วยเงินตัวเองครั้งแรกในชีวิต แต่ก่อนคือไปกะพ่อ กะ แม่ตลอดเลย ประจวบเหมาะว่าเคยได้ที่พักที่ เก็นติ้งฟรีสองคืน มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวแบบราคาประหยัดไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
วางแผนจองห้องพักที่เก็นติ้ง ตั๋วเครื่องบิน ที่พักในเคแอล
วางแผนก่อนไปแค่อาทิดกว่าท่าจะได้ ที่ท่องเที่ยวก็ไม่รู้จักเลยสักนิด เอาฟ่ะ มั่วๆเอา
ก่อนหน้านี้เคยชวนพี่สาวว่าไปกันเถอะ พี่มันก็บอกว่าก็ไปจัดมาดิ เอิ้กๆๆๆๆๆๆๆ
รอบนี้ก็เช็คตัวเครื่องบินแบบธรรมดา กะ โลวคอส โอวต่างกันครึ่งๆเลยล่ะ เลยทำการจองผ่านเน็ตแต่นะ เหมือนที่เคยอ่านจากเน็ตก่อนหน้านั้นว่า โลวคอสเจ้านี้มักจะมีปัญหาเวลาจองทางเน็ต ก็ลยโทรไปเช็คทั้งทางบัตรเครดิท กะ ทางสายการบิน แต่ตอนนั้นจองซะเกือบเที่ยงคืน บัตรโทรได้ แต่สายการบินไม่ได้
ลุ้นการจองบัตรวันรุงขึ้นแทนน่าจะดีกว่า สุดท้ายก็ได้ตั๋วเครื่องบินมา
จากนั้นก็ไปจองที่พักในเคแอล แต่ทว่าที่ๆอยากได้มันเต็ม เลยต้องย้ายที่ไปพักที่อื่น ที่บิงแทงแทน ห้องน้ำแยกกัน แต่ก็โอเคน้า
ก่อนหน้าวันเดินทาง สี่ทุ่มแล้วยังทำงานอยู่เลย ง่ายๆคือ พยายามเคลียร์งานให้พี่เค้ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เฮ้ออออ วันนั้นพี่สาวเลยมารับแทน
ดีนะที่จัดกระเป๋าไปแล้วบางส่วนไม่งั้นตาย แถมดีที่ไม่ไปไฟลท์เช้าตรู่ อาจเดี้ยงได้ เพราะตื่นไม่ไหว
5 May 2009 Bangkok -- KLCC -- KL Sentral -- Genting
เวลาหกโมงกว่าของวันนี้ ตื่นเช้าเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปสนามบิน เครื่องบินออกตอนสิบโมงเช้าแปะ เลยคิดว่าควรรีบไปสนามบินสุวรรณภูมิเช้าๆหน่อย อาบน้ำ แต่งตัว ทานข้าว ยกกระเป๋า เรียกแท็กซี่ไปสนามบิน
แต่ทว่า แอบเซ็งแต่เช้า เรียแท็กซี่ ก็ได้แท็กซี่ที่ขับรถยังไงไม่รู้ จะไปแข่งรถหรอเพ่ แบบไม่ว่า ทำยังกะไปแข่งรถ แถมยังขับอ้อมอีก เฮ้อ ระหว่างทางก็แจ็คพ็อต รถติดมากก ห่างจากสุวรรณภูมิได้สักสิบกิโล แอบสงสัยทำไมติดจังเลย ผ่านไปสักพัก จึงรู้ว่า มีรถขนขวดน้ำโซดา เทกระจายเต็มถนน เศษแก้วเกลื่อนไปหมด วิ่งได้แค่ สองจากสี่เอง มิน่ารถถึงติด
พอถึงสนามบินก็รีบบบบ ไปเช็คอินแอรืเอเชียทันที แบบว่าเสียเวลาตรงรถติดมากไปหน่อย
หลังจากนั้นก็เข้าข้างในเลย เพราะจะไปดูของในดิวตี้ฟรี แบบว่าเช็คราคาช็อคโกแลตให้พี่สาว เหล้าให้พ่อ ส่วนตัวเองมองกระเป๋าแล้วก็พบว่า เฮ้อ ทำไมมันแพงขนาดนี้ฟ่ะ
หลังจากวนไปหนึ่งรอบในดิวตี้ฟรี ก็ลงไปรอที่เกท เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีเองอ่ะ นั่งไปสักพักก็เรียกขึ้นเครื่องแล้ว
พอขึ้นเครื่องก็พบเครื่องบินลำเล็ก แบบหกที่นั่ง เรากะพี่สาวเลือกที่นั่งติดทางเดิน แอบหวังว่าจะไม่มีใครมานั่งตรงหน้าต่าง แต่ก็ไม่เป็นผล แย่จังมีคนมานั่งด้วยแฮะ
นั่งไป เวลาชั่วโมงกว่า แต่สุดยอดมากกกกกกก แอบขำในใจ ตอนแอร์เดินเก็บขยะ พี่เธอเล่นเอาถุงดำเดินมาเก็บเลยฟ่ะ ลืมบอกไปขาไปนั่งแอร์เอเชียของมาเลย์ แบบโห ทำไปได้ไงเนี๊ย แต่สังเกตได้เลยว่าแอร์ของมาเลย์นั้น ปล่อยผม แต่งหน้ายังไงก้ได้ แต่พอขึ้นเครื่องไทยกลับ โหต่างกันจริงๆ
ตอนเครื่องกำลังลงเนี๊ย สุดยอดมากกกก แบบว่าพี่ค่ะ พี่จะลงระดับได้ทุเรศมากกกก แบบลดเร็วมากกก ขนาดเป็นคนไม่เมาเครื่อง ยังมึนๆเลยยย แต่พี่สาวนี้ดิ เดี้ยงไปแล้วววววววว แบบว่าพี่สาวเนี๊ย ไม่ได้เมาเครื่องมานานพอควร เจอเข้าไป ก็นะสุดๆเลย
ตอนเครื่องกำลังลดระดับลง เราก็มองไปนอกหน้าต่าง โหมีแต่ต้นไม้ฟ่ะ เยอะมากเลย มองดึๆมีแต่ต้นปาล์มเลยละ แล้วเครื่องก็แตะสนามบิน ตอนนี้พวกสายการบินโลวคอส จะไปลงอีกสนามบิน คนล่ะอันก็สนามบินใหย๋ของเค้าอ่ะ มีสองทางที่จะเค้ากัวลาลัมเปอรื หรือว่าคแอลสองทาง หนึ่งนั่งแท็กซี่ กะ นั่งรถบัสไป แน่นอน ทางเลือกที่สองย่อมดีกับเราเพราะราคาถูก คนละร้อย แต่ถ้านั่งแท็กซี่ไปหรอ นู้น แปดร้อยบาทได้นะ
ตอนเดินไปขึ้นรถบัส พลาดไปนิด ลืมไปว่าต้องไปแย่งที่นั่ง ขึ้นไปช้าเลยต้องนั่งแยกกะพี่สาว แล้วก็ นั่งข้างหลังๆ ทำเอ่พี่สาวเราอาการหนักกกว่าเก่าเลย
พอไปถึงเคแอลเซ็นทรัล หรือ ศูนย์กลางคมนาคมของเค้า แบบว่า โหเยี่ยมนะ แบบว่าเค้าสามารถรวมรถไปสายต่างๆ มาอยู่ด้วยกัน เป็นสถานีที่ใหญ่มากกกกก
ส่วนเราต้องรีบหาที่ซื้อตั๋วไปที่เก็ตติ่งอะดิ มีคนบอกว่าต้องขึ้นไปด้านบนถึงจะเจอ เราก็เลยให้พี่สาวนั่งรอพร้อมกระเป๋า เราก็วิ่งขึ้นไป เดินหาสักพัก มันอยู่ไหนฟ่ะจนต้องถามทาง ปัดโธ่เอ่ยยยย เล่นหลบมุม ใครมันจะไปเห็น เนื่องจากเราได้ขึ้นกระเช้าฟรี เลยเสียแต่ค่ารถไป คนล่ะ สามสิบกว่าบาทได้ แล้วก็วิ่งไปซื้อน้ำ ซื้อของกินที่เซ่เว่น แล้วลงไปหาพี่สาว ได้รอบ บ่ายสองครึ่ง เห็นจะได้ ก็นั่งกินน้ำไป ขนมปังไป แล้วคุยไปคุยมาบอกว่าของข้างบนมันแพง เลยรีบไปซื้อของกะ น้ำตุน กลับลงมาเฮ้ยยยย เกือบตกรถแนะ
พอขึ้นรถไป ก็หลับไป ตื่นไป เพราะทางขึ้นเก็ตติ้ง สุดยอดดดดดดดดดดด โค้งไป โค้งมา ที่นี้ดิ พี่สาวที่เมาเครื่องบินอยู่แล้ว มาเมาทางต่อ โหสุดๆๆๆๆๆๆ
กว่าจะขึ้นไปได แทบตาย พอถึงที่ขึ้นกระเช้า เรากหาทางปีน พร้อมลากกระเป๋าไปขึ้น พร้อมจดหมายเบ่งแบบว่า ข้าขึ้นฟรี พร้อมกระเป๋า
อยากบอกว่า ทางยาวมากกกกก เห็นเค้าว่าของเค้ายาวที่สุดในละแวกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว แต่ยาวจริงๆนะ
ระหว่างทางพี่สาวที่พะอืดพะอมไม่ไหวแลว ก้ได้ทำการปลดปล่อยมันออกมา ยังดีที่อากาศเย็น ทำให้ดีขึ้นมาหน่อย พอไปถึง ก็ต้องเดินหาโรงแรมอีก เฮ้ออออ มันอยู่ไหนฟ่ะ แบบว่ตอนขึ้นไป ทางขึ้นมันไปลงที่โรงแรมเก็ตติ่งไฮแลนด์ แต่เรานะพัก โรงแรมรีสอรท ด้วยความโง่ที่มีก็เดินอ้อมวะงั้น กว่าจะไปถึงล็อบบี้ กว่าจะเช็คอิ่น พอได้ขึ้นห้องเท่านั้นแหละ สลบเคอะ พากันสลบแย้วววววว
นอนพักกันถึงทุ่มกว่า ก็ชวนกันลงไปกินข้าว เอาไอ้ห้องอาหารข้างล่างตึกนี้แหละ ไปไกลไม่ไหวแล้ววววววว ไปถึงมันมีสองห้องติดกัน อันหนึ่งเป็นแบบตะวันตกพบตะวันออก อีกอันกำลังมีเทศกาลอาหารอินเดีย เราก็หาโต๊ะ ที่นี้ค่อนข้างแปลกคือ แกหาโต๊ะเอาเอง อยากนั่งไหนก็นั่ง เราก็ลยไปนั่งตรงกลางกันสองคน นั่งกินไปได้สักพัก ก็มีแขกอยู่ๆก็มานั่ง แบบมานั่งหลายคน ทั้งๆที่บอกว่ามีคนนั่งอยู่แล้ว แล้วทำท่าไม่สนใจ แถมยังแบบนะ ไม่เกรงใจเลยอ่ะ เลื่อนโต๊ะตอนเรากำลังนั่งกินอยู่ เอาส้อมที่พี่สาวเรากินไปใช้ ซึ่งแบบมันจะขี้เกียจเดินหาโต๊ะขนาดนั้นเลยหรอ ที่อื่นก็ว่างอ่ะ เราเลยบอกพี่ว่าย้ายไปนั่งข้างในเถอะ รับไม่ได้ และที่สำคัญคือ ตอนเดินตักอาหารอยู่ อยู่ๆก็มีมือมาหยอบอาหารจากไลน์เลยนะ เข้าใจว่าพวกแกใช้มือกิน แต่นี้มันไลน์อาหารส่วนรวมนะเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย น่ากลัวมากกกก รับไม่ได้
หลังจากที่หนีมาแล้ว กินเสร็จแล้ว ก็เริ่มดีขึ้น กินกันไปดูสวนวนุกในร่มกันหน่อยที่ เฟิรส์เวิรล์โฮเตล ก็เดินดูไม่มากกกก ก็พากันกลับไปพักผ่อนดีกว่า จะได้มีแรงในวันรุ่งขึ้น แค่นี้ก็แย่แล้ว
กลับขึ้นห้อง อาบน้ำ แอบดูทีวี แล้วก็นอนหลับ
สรุปค่าใช้จ่ายยยยย
Taxi 375 THB
Water 25 THB
Water + Bread 16.8 RM
Sky Bus 18 RM
Bus to Genting 6.6 RM
Total 400 THB and 41.4 RM
รู้สึกเหนื่อยจังช่วงนี้ เรียนจบมาได้สักสองปีกว่าแล้วนะเนี๊ยยยย
หลังจากเรียนจบ ได้ทำงานพิเศษสองอาทิด หางานทำ เลือกไปเลือกมาเกือบแปดเดือน แล้วก็ได้มาทำงานพาทไทม์อีกสองเดือนก่อนจะมาจบที่ทำอยู่ปัจจุบันนี้
ทำตรงนี้มาได้สักหนึ่งปีกว่าแล้ว
ตอนนี้มันเริ่มมีอาการเบื่อ แอบเซ็งเล็กๆมั๊ง
อาจจะเป็นเพราะอาจจะเป็นคนไม่ชอบงานออฟฟิศ เป็นคนที่ชอบอยู่แบบนิ่ง บางครั้งไม่อยากให้ใครมายุ่ง อยากทำงานเงียบๆ แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้
งานที่ได้รับเพิ่มหลังจากทำมาได้ครึ่งปี เป็นการส่งออก บางครั้ง แอบเหนื่อยใจกับงาน ไม่ว่าจะลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นงานที่กองเต็มโต๊ะ ถึงแม้กระทั่งระบบคอมที่มีปัญหาไม่หยุดไม่สิ้นหลังจากบริษัทแม่บังคับให้ใช้แบบเดียวกับเค้า
การที่ระบบคอมช้า เสีย มันทำให้งานไม่เดินมากมาย
เอกสารที่กองเต็มโต๊ะ เก็บไม่ทัน เก็บไม่ได้เพราะต้องรอเอกสารครบ
บางครั้งมันเหนื่อยมันเซ็ง
หรือว่าการทำงานในบริษัทเล็กๆนี้ก็แย่เหมือนกัน
ข้อดีคือ ไม่ต้องไปชิงดีชิงเด่นกับใคร งานใครก็งานมัน แต่แอบสงสัยแล้วถ้าเราลางานล่ะ จะมีใครมาทำแทน มาช่วยทำแทน เพราะมันไม่มีตัวตาย ตัวแทนเลยสักนิด
ถึงแม้ว่าการทำงานนอกเวลาจะได้เงินโอที
แต่บางครั้งมันก็คิดว่า นี้เรามาทำบ้าอะไรอยู่เนี๊ยยย
ทำไมไม่เอาเวลาไปนั่งเล่น ไปเจอเพื่อน ไปทำอะไรที่อยากทำ แมกระทั่งเอาเวลาไปเรียนภาษาเพิ่มเติมอย่างที่เคยตั้งใจไว้ ไม่ว่า จีน ญี่ปุ่น เพิ่มเติมนะ
หรือว่าเรายังไม่เก่งพอ ไม่ชำนาญพอ ไม่ไวพอ ประสบการณ์น้อยไปเลยยังทำได้ไม่ดีเท่าพี่เค้านะ
หรือว่าเราต้องพัฒนาให้มากกว่านี้
หวังว่าสักวันจะทำงานได้เร็วขึ้น ดีขึ้น ผิดพลาดน้อยลง แล้วได้ก้าวหน้า ได้ทำในสิ่งที่ตนอยากทำนะ
สู้ตาย ก็นี้คือหนทางที่เลือกนิ ถึงแม้จะไม่ได้ทำตามฝัน แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ชีวิตมีค่ามากขึ้น
ใครที่จบออกมา ยังไม่ได้งานทำก็สู้ๆนะ หนทางของเรามันยังมาไม่ถึง สักวันเดียวก็มาเองแหละ
ไปเที่ยวเกาะล้านมาครับ ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา
ไปค้างหนึ่งคืน ก่อนไปก้ระทึกเสื้อแดงบุกพัทยา พอไปถึงเกาะเสื้อแดงบุกกรุง
ไปเที่ยวครั้งนี้ช่างเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยากมากกกกกกก
แบบว่า นะ กลัวว่าจะไม่ได้ไป กลัวว่าจะกลับไม่ได้ ไรงี้
ไปพักที่สบายดี โฮมเสตย์มาเคอะ
ลุง กะ ป้าใจดีมากกกกกกกก ให้พักสองห้อง ในราคาหนึ่งห้องเพราะงบน้อยกัน
ไปเที่ยวเกือบทุกหาด ขาดหาดเดียวคือ หาดเกเร ไม่ได้ไป
หาดตาแหวน สวยนะ ทรายสวย ของกินไม่แพงมากมั๊ง มีพวกรถเข็นมาด้วย มีโรตี กะ โตเกียว
ราคาน้ำยังโอ แป้ปซี่กระป๋องล่ะ ย๊่สิบ น้ำขวดล่ะสิบ
หาดแสม ก็สวยอีกแบบ แต่หาดมีหินเยอะไปหน่อย ร้านอาหารเยอะ แต่แพง
มีฝรั่งมาตรึมเลยยยยยยยยยยย
ร้านอาหารสโตนซีฟู๊ด อร่อย บริการดี ยิ้มแย้มทั้งร้าน เจ้าของแอบใจดี วันกลับลดราคาให้
ราคาอาหารหาดนี้แพงพอควร ราคาอยู่ที่ร้อย ร้อยห้าสิบอัพทั้งนั้น
หาดเทียน รถเข้าไปไม่ถึง ต้องเดินข้ามสะพานไป
หินเยอะ ทางเข้ามีแต่กลิ่นขยะ เพราะเอาขยะมากองกัน
หาดนี้มีแต่คนจีน ทวร์คนจีนลงแน่ๆ
อาหารแพง ร้านที่ไปกินไม่อร่อย แถมบริการแย่อ่ะ
หาดนวล เงียบเหงามากกกกกก
ร้างผู้คน ไม่เห็นใครไปเที่ยวเลย แต่แอบมีน้องลิง ที่แสดงลิงอยู่นะ
เซเว่น อีเลเว่น คือ สิ่งที่ช่วยให้เราประหยัดได้ แต่ทว่า อยู่ตรงแถวชุมชนหน่อยๆ
ถ้าใครจะหาของกิน ตอนเย็น ดึกๆ แนะนำให้มาตรงนี้ เพราะยงมีร้านอาหารเปิดบ้าง
มอเตอร์ไซด์ กะ สองแถว คือสิ่งที่ช่วยให้เราเดินทางได้ง่า บนเกาะ
เช่ามอเตอรืไซด์ราคเท่าไรไม่รู้ เพราะขี่ไม่เป็น
สองแถว เห็นบอกว่าคนละสามสิบบาท ต่อเที่ยว
แต่ที่แน่ๆ อยากให้ลองนั่งสองแถวตอนมืดๆ
ลุงขับได้ยังกะ โตเกียวดริฟเลย มันส์มากกกกกกกกกก
กรี๊ดกร๊าดกนหย่ายยยยยย ลองหาโอกาสดูนะ
ส่วนเรื่องเรือข้ามเกาะ แนะว่าให้ไปเรือาคายี่สิบบาทดีกว่า
เพราะหนึ่งมาท่าจอด ขึ้นลงเรือง่ายดี (เราไม่รู้ขึ้นอันละร้อยห้าสิบ เวลาขึ้นลง ลำบากเพราะต้องต่อเรือ ทำให้เปียก อย่างแรง แบบว่าไม่จอดใกล้ๆหาด คลื่นก็ซัดอีก)
สอง มีรอบเรือไป กลับ เยอะกว่า